Scholarships
posted on 19 Mar 2010 11:08 by panpansปล่อยให้หน้านี้ค้างเติ่งมานานมาก
มาอัพและๆ ให้สมกับชื่อเพจหน่อย
คือที่คิดจะทำหน้านี้ขึ้นมา เพราะเราเป็นคนที่บ้านไม่ได้มีตังค์อะไรมาก แต่คิดอยากไปเรียน ป.ตรี เมืองนอกตั้งแต่ ม.4 ก็เลยแสวงหาทุนและทำทุกอย่างให้ได้มันมา 555
แต่อย่างที่บอก เพราะบ้านเราไม่สามารถส่งเราได้ เราเลยต้องหาทุนที่เป็นทุนเต็มเท่านั้น (แต่สุดท้ายก็ได้แค่ค่าเล่าเรียน เอาวะ ก็ดีกว่าไม่ได้
)
ด้วยความที่ไปเที่ยวแสวงหาทำให้ผ่านอะไรมาเยอะเหมือนกัน (แต่ก็ได้ทุนเหมือนคนอื่นที่เค้าไม่ได้แสวงหาบ้าบอเหมือนเรา 555)
แทนที่จะลืมไปซะเฉยๆก็เอามาลงไว้ตรงนี้ดีกว่า เผื่อจะมีผู้มีความสามารถทำสำเร็จ 
ข้อแนะนำสำหรับการเตรียมตัวขอทุนต่างประเทศ
*ควรมีเวลาเตรียมตัวอย่างน้อย 2 ปีนะ*
- ภาษา ให้ดูจากประเทศที่อยากไปเป็นหลัก แล้วรีบดูตั้งแต่เนิ่นๆว่าเขาต้องการความสามารถทางภาษาเท่าไหร่ แต่ถ้ายังไม่รู้ว่าจะขอที่ไหนแน่ (เหมือนเราตอนนั้น ที่ไหนก็ได้ขอให้เป็นต่างประเทศ) ก็แนะนำให้สอบ TOEFL หรือ IELTS ไว้ก่อนเลย คะแนนก็ควรจะสูงกว่าที่เขากำหนด ยิ่งมากยิ่งมีโอกาสได้ทุน
- ทำกิจกรรมเยอะๆ โดยเฉพาะพวกไปแข่งขัน หรือกิจกรรมอาสาสมัคร ถ้าเรามีความสนใจด้านใดด้านหนึ่งชัดเจนอยู่แล้ว ให้ไปแข่งหรือทำกิจกรรมเกี่ยวกับตรงนั้น เวลาแข่งให้แข่งแบบเอาเป็นเอาตาย แบบต้องได้รางวัล ไม่งั้นแข่งไปก็เสียเปล่า (แต่ตอนแรกๆก็จะยังไม่ได้รางวัลแหละ เราจะยังจับจุดอะไรไม่ค่อยถูก) คือเวลาแข่งไปแข่งอะไรเล็กๆก็ได้ แต่ให้ได้รางวัล เพราะต่างชาติเขาไม่รู้หรอกว่าที่เราไปแข่งมันยากไม่ยากแค่ไหน เราไปโม้เอาในพอร์ตหรือเอสเสย์ทีหลังได้ 555 ส่วนกิจกรรมอาสาก็จำเป็นมาก เพราะคนที่ให้ทุนส่วนใหญ่อยากจะมั่นใจว่า เด็กที่เขาใ้ห้ทุน จะทำประโยชน์ต่อไปในอนาคต แล้วอย่าลืมถ่ายรูปด้วย! ไม่ถ่ายก็เท่ากับว่าไม่ได้ทำ นอกจากนี้ ขอให้เน้นกิจกรรมที่เกี่ยวกับนานาชาติด้วย อย่างชิงทุนเรียนภาษาหรือทุนแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมทั้งระยะสั้นและยาว มียิ่งเยอะยิ่งดี เพราะทุนจากมหาวิทยาลัยต่างประเทศส่วนมากก็มีจุดมุ่งหมายเพื่อกระชับความสัมพันธ์และความเข้าใจ หรือสันติภาพ อะไรเทือกๆนี้
- ผลการเรียน อันนี้ก็สำคัญไม่แพ้กัน ต้องรักษาเกรด 4 กันอย่างเอาเป็นเอาตายเหมือนกัน เพราะมันก็เป็นสิ่งแรกๆที่กรรมการจะพิจารณาเวลาให้ทุน ถ้าทุกอย่างเด่น แต่การเรียนไม่ค่อยรอด เค้าจะให้ทุนไปเรียนทำไม จิงมะ?
ประเภททุนระดับปริญญาตรีสำหรับนักเรียนต่างชาติ
- ทุนให้เปล่าเต็มจำนวน
เป็นทุนที่ให้ทู๊กกกอย่าง คือมีเงินเดือนให้ มีค่าเล่าเรียนให้ หอก็ไม่ต้องไปหาอีก อันนี้มีน้อยมากและให้ยากมากๆๆๆ กว่าจะหาเจอก็หืดขึ้นคอแล้ว เด็กที่จะได้คงตองเป็นระดับอัจฉริยะโอลิมปิกวิชาการประมาณนั้น ทุนนี้เราเอื้อมไม่ถึงจริงๆ 555 มหาวิทยาัลัยในแคนาดามีให้แค่ 2ที่ คือ University of British Columbia กับ Trent University ส่วนญี่ปุ่นก็นู่นเลย ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น ทุนนี้ถือว่าให้เยอะนะ คือ สำหรับประเทศไทยปีละ 10 ทุน แต่ก็ยากมหาโหด เปลี่ยนมาใช้ข้อสอบแบบ BJT ตอนเราสอบพอดี!! แต่ถ้าจนแล้วจนรอด จบม.ปลายแล้วยังทำไม่ได้ ก็ไม่ต้องเสียใจ ทุนของอังกฤษ นิวซีแลนด์และฮ่องกง (อย่าดูถูกฮ่องกงนา น่าเรียนมากๆ ดีด้วย) พวกนี้จะให้ทุนนักเรียนไทยไปเรียนตรีต่อตอนขึ้น ปี 1 แล้ว เพราะเขาเห็นว่าจบ ม.6 ของไทยคุณภาพคงจะยังไม่พอไปเรียนต่อของเค้ามั้ง 

ขอแนะนำให้หาทุนเป็นภาษาอังกฤษ แล้วเจาะเข้าไปตามเว็บของมหาลัยที่เราอยากได้ทุนเลย เค้าจะมีข้อมูลทุนและใบสมัครอยู่ อย่ารอห้องแนะแนวหรืองานแนะแนวการศึกษา เพราะพวกนี้ข้อมูลจำกัดมาก แล้วคนส่วนใหญ่ก็รู้แล้ว คู่แข่งเยอะ อีกอย่างงานแนะแนว ถึงเค้าจะมีทุนเค้าก็จะบอกว่าเค้าไม่มี ไม่รู้ทำไม
หรือจะเสิร์ชว่า full scholarship + international student จากกูเกิ้ลก็ได้
หรือจะเสิร์ชว่า full scholarship + international student จากกูเกิ้ลก็ได้- ทุนค่าเล่าเรียน
อันนี้ก็มีเยอะขึ้นมาหน่อย แต่เราจำไม่ค่อยได้ เพราะเราสนแต่ทุนเต็มจำนวนเท่านั้น (แต่สุดท้ายก็ได้ทุนประเภทนี้แหละ) ก็คือให้แต่ค่าเล่าเรียน ค่ากินอยู่ ค่าเครื่องบิน วีซ่าไปรับผิดชอบเอง อันนี้ก็มีทุน Thai Alumni Australian National University เป็นมหาลัยอันดับ 1 ของออสเตรเลีย แล้วก็ทุนของ Ritsumeikan Asia Pacific University ที่เราได้มานี่แล
อันอื่นก็น่าจะมีอีก แต่เราไม่เคยไปสมัครสอบ
อันอื่นก็น่าจะมีอีก แต่เราไม่เคยไปสมัครสอบ- ทุนลดค่าเล่าเรียน
อันนี้มีมากมายก่ายกอง การสมัครก็คงไม่ยากมาก แต่ส่วนใหญ่ลดแค่ 25% แล้วค่าเทอมก็หลายๆแสน ขอบาย 555
- ทุนเรียนภาษา
พวกนี้ตามสถาบันสอนภาษาใหญ่ๆจะมีจัดกิจกรรมประกวดอยู่เรื่อยๆ หรือไม่ก็เป็นทุนของรัฐบาลประเทศนั้นๆ ส่วนใหญ่จะให้แต่กับคนที่เรียนเอกภาษานั้นมา ให้ไปต่อยอด หรือคนที่เป็นครูอยู่แล้ว แต่ทุนรัฐบาลอิตาลี เท่าที่อ่านคร่าวๆ ก็มีทุนสำหรับให้ไปเรียนภาษาโดยไม่ได้มีข้อจำกัดตรงนี้อยู่ด้วย ไม่รู้เปลี่ยนไปหรือยัง ต้องไปเช็คเอาที่เว็บของสถานฑูต เรามาเปิดเจอตอนปิดรับสมัครไป 2 วันพอดี 
