O-NET, ANU, APU,..etc.
posted on 25 Feb 2010 07:45 by panpansไม่ว่างอัพบล็อกซะนาน มาอัพทีเลยมีเรื่องเขียนมากมายก่ายกอง
เรียงตามลำดับเหตุการณ์ละกัน
O-NET__________________________________________________________
อันแรกเลยคือโอเน็ต เมื่อวันที่ 20-21 เป็นการสอบที่เราไม่อยากสอบที่สุดดดด รู้สึกฝืนใจมากเลยที่เข้าไปนั่งเนี่ย แต่ก็ไป เพราะไอ่คำว่า "มันสอบได้ครั้งเดียวในชีวิต" เนี่ยแหละ เรากลัวว่าในอนาคตเราอาจจะต้องใช้มัน เลยเอาวะ สอบก็สอบ วันแรกสอบสังคม เลข อังกฤษ วันที่สองสอบ ไทย วิทย์ สุขะ เทคโนฯ การงาน
จริงๆเราว่าข้อสอบทุกวิชาไม่ยากเลยนะ ถ้าอ่าน แต่เราไม่ได้อ่าน 55 วันสุดท้ายก่อนสอบตอนเช้าเพิ่งนึกได้ว่าวันถัดไปจาสอบ
แน่นอนว่าทุกคนคาดหวังเรากับวิชาภาษาอังกฤษมาก แต่เราก็ไม่ชัวร์อยู่สองสามข้อน่ะนะ
พูดถึงอังกฤษ ไอ่ GAT กับการสอบติดตรงอักษรจุฬา ทำให้เราโด่งดังมาก มีเด็กเทพศิรินทร์รู้จักเราด้วย = =" แล้วก็มีสายปัญญาที่ไม่รู้จักตั้งหลายคนมาทักแบบ
"นี่ เธอๆ ชื่อแป้นรึเปล่าอ่ะ"
"ช..ช่าย?"
(คนนั้น) ทำน้าตกใจแล้ววิ่งกลับไปซุบซิบกับกลุ่มเพื่อน
=_ ="
อานะ...
ขอด่าคนออกข้อสอบวิชาสุดท้ายหน่อยเหอะ แบบ ออกข้อสอบได้ทรมานคนทำมากอ่ะ คือไม่ได้ทรมานแบบว่าทำไม่ได้นะ เพราะมันก็ไม่ได้อยู่แล้วแหละ แต่วิชาอื่นมันมั่วได้ง่ายๆ แต่เราก็เป็นคนไม่ชอบหลับหูหลับตามั่วไง อยกอ่านโจทย์แล้วดูตัวเลือกก่อนแล้วค่อยมั่ว ไอ้นี่กว่าจะได้มาซักคำตอบนึงต้องอ่านโจทย์ เงื่อนไข พลิกหน้าไปดูตาราง เลือกคำตอบ ฝน พลิกกลับมาที่โจทย์ดูหัวข้อต่อไป พลิกไปดูตารางใหม่ ฝน พลิกกลับมา เริ่มลืมเงื่อนไขแล้ว อ่านใหม่ อ่านคำถาม พลิกไปดูตาราง ฝน... แล้วขอโทษ อีตารางนี่แบบ สิบกว่าตัวเลือก กว่าจะอ่านตัวเลือกเสร็จ กว่าจะคิดเลือกคำตอบที่ดีที่่สุด ทั้งหมดที่พล่ามมาคือได้ข้อเดียว แล้วมันมีไอ่แบบนี้รวมๆแล้วเป็นสิบข้อได้มั้ง บ้าไปแล้วววววววววว 0[]0!! สุดท้ายเราเลยทำใจหลับหูลับตามั่วไป ไม่งั้นคงจะหักดินสอทิ้งไปแล้ว มันทำให้เราหงุดหงิดสุดๆๆ
แล้วคิดดูคนที่เค้่าจ้องใช้คะแนนโอเน็ตดิ .... เค้าหลับหูหลับตามั่วๆไปเลยไม่ได้ น่าสงสารมาก T^T
ทัศนศึกษา________________________________________________________________
ก็ นั่นแหละ ไปทัศนศึกษาที่ชลบุรีกับที่โรงเรียนมา เพราะรัฐบาลเพิ่งจะใ้ห้งบคนละ 475 บาทโรงเรียนเลยต้องจับเด็กไปทัศนศึกษากันหลังโอเน็ต ที่ไปก็ไปชลบุรี ตั้งแต่ 7 เจ็ดโมงเช้าถึง 1 ทุ่ม ยาวนานอย่างแรง แต่ก็สนุกดี ดูรูปเอาละกาน
APU_____________________________________________________________
ข่าวอัพเดทเอพียู
ดร.ทวี (คนดูแลสำนักประสานงานเอพียูประเทศไทย) ส่งอีเมลล์มาบอกว่า กรรมการฝ่าย admission ของเอพียูที่ญี่ปุ่นได้มาดูผลคะแนนนักเรียนไทยที่ผ่านรอบแรก (ทั้งหมด 60 คน) แล้วประเมินอย่างไม่เป็นทางการว่าจะมีคนได้ทุนประเภทต่างๆเป็นเปอร์เซนต์ดังนี้
100% approximately 21% (13 students)
80% approximately 23% (14 students)
65% approximately 15% (ขี้เกียจคิด คิดเองละกาน)
50% approximately 18%
30% approximately 18%
ว้าวววว ดูแล้วเราก็น่าจะมีโอกาสนะเนี่ย ตั้ง 13 คนจาก 60 เทอมนี้คนไทยไปเยอะแหงๆ =_="
เค้าจะส่งใบสมัครที่เราส่งไปรอบที่สองพร้อมเอสเสย์ใหม่สองชิ้นไปวันที่ 2 มีนานี้ (เดดไลน์วันนี้) แล้วกรรมการที่ญี่ปุ่นจะพิจารณาว่าจะให้ทุนเท่าไหร่ประมาณกลางเดือน พิจารณาอีกทีตอนปลายเดือน แล้วจะส่งผลทุนที่ได้มาที่บ้านช่างประมาณสิ้นเดือนถึงต้นเดือนเมษา ลุ้นๆๆ
เอสเสย์พอประกาศผลทุนแล้วจะเอามาลงเป็นตัวอย่างให้ดูนะ
ANU______________________________________________________________
อันนี้ก็เป็นทุนจากนักเรียนไทยที่เป็นศิษย์เก่ามหาวิทยาลัย Australian National University ให้ทุนค่าเล่าเรียนระดับปริญญาตรีหนึ่งทุน ปริญญาโทหนึ่งทุน หมดเขตรับสมัครไปเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เอกสารที่ต้องเตรียมไปส่งก็มี
- ผลการเรียน (ภาษาอังกฤษ)
- ผลคะแนนสอบ IELTS
- ใบ Recommend จากอาจารย์เป็นภาษาอังกฤษ ไม่มีแบบฟอร์มให้ เขียนตามสบาย เดี๋ยวถ้าประกาศผลทุนแล้วจะเอาตัวอย่างมาลงให้ดู
มีแค่นี้ ง่ายมาก แต่...
มีคนสมัครแค่ 7 คน มีคนนมสกุลดังอยู่คนนึงด้วย ดูรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบแล้วโคตรตื่นเต้น
ไปถึงแต่ละคน...
เด็กเตรียมฯ 2 นานาชาติ 2 นักศึกษาผู้ชาย 2 (คนนามสกุลดังคนนั้นก็อยู่ในนี้แหละ)
เหลือตรู เด็ก ร.ร.รัฐธรรมดาคนเดียว 
ตอนที่เพิ่งเดินเข้าไปในธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์)ก็ซื้อกาแฟกิน เลยถามผู้หญิงที่ดูเหมือนอาจารย์ว่าไอ่สหวิทยาการนี่มันอยู่ตรงไหน ปรากฏว่า ถามไปถามมา เค้าก็จะไปที่เดียวกันพอดี เพราะเค้าเป็นหนึ่งในกรรมการที่จะมาสัมภาษณ์เราจากมหิดล!!
(แต่ใจดีมากๆเลย)
ตอนนั่งรอตื่นเต้นมาก ทุกคนพูดภาษาอังกฤษเก่งมาก เนี่ยแหละนะ เหนือฟ้ายังมีฟ้า แต่ก็รู้อยู่แล้วแหละว่าคนที่มาสมัครทุนนี้จะต้องไม่ธรรมดาแน่นอน
พอถึงตาเรา ตอนแรกนึกว่ากรรมการอย่างมากก็ 3 คน
แต่จริงๆมีทั้งหมด 5 คน.. 
ตอนนั้นตื่นเต้นโคตร นี่ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นอย่างงี้มานานแล้วนะ คงเป็นเพราะคู่แข่งเราแต่ละคนน่ากลัวๆทั้งนั้น
ทุกคนเป็นคนไทยแต่สัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษ ไม่ได้พยายามกดดันอะไรเรามาก แต่เราก็รู้สึกกดดันอยู่ดี ตอบมั่วซั่วไปหมด ใช้ภาษาก็แปลกๆ อีกอย่างทีรู้สึกแย่คือไม่ได้ทำการบ้านมาเลย ไม่ได้หาข้อมูลอะไรมา เพราะจริงๆก็ไม่ได้อยากได้แค่อยากลองดู แต่ไอ่การรู้สึกห่วยกว่าชาวบ้านเห็นๆทำให้เรารู้สึกว่าเราคิดผิดอย่างแรง
สิ่งที่เค้าถาม
- แนะนำตัวเอง พร้อมบอกสาเหตุว่าทำไมถึงอยากสมัครทุนนี้
- ทำไมเลือกไอ่ที่เลือก (เราเลือก International Business กับ Asia Pacific Studies)
- เคยไปต่างประเทศมั้ย (เราบอกว่าเคยไปจีน เป็น นร.แลกเปลี่ยนเอเอฟเอส)
- ทำไมถึงเลือกไปประเทศนั้น (ถ้าเคย)
- จบจากที่นี่แล้วจะไปทำอะไร
- คิดว่าความรุ่งเรืองของเศรษฐกิจจีนเป็นผลร้ายต่อประเทศอื่นในเอเชียมั้ย (แล้วก็ถามเกี่ยวกับบทบาทของสินค้าไทยในจีน บลาๆ)
- เคยทำกิจกรรมนอกหลักสูตรมั้ย
อันนี้คือเท่าที่จำได้นะ แต่เราตอบได้ห่วยมากเพราะตอนนั้นตื่นเต้น นึกอะไรไม่ออกบวกกับไม่ได้เตรียมตัวเลย เอาไปแต่ตัวซีร็อกของพอร์ตที่ทำส่ง APU แบบว่า เค้าถามว่า รู้มั้ยว่า Asia Pacific Studies ของที่นี่ดังมาก เราก็บอก ไม่รู้ค่ะ ซะงั้น
(ก็มันไม่รู้หนิ) แล้วเค้าก็ถามว่า แล้วจะไปเรียนอะไรใน Asia Pacific Studies เราก็แบบ ยังไม่ตัดสินใจค่ะ แล้วก็ คิดว่าไทยจะต้องทำอะไรในการแข่งขันทางเศรษฐกิจกับจีน เราก็แบบประมาณว่า อ๋อ มันยากนะที่ไทยจะไปสู้กับจีน ตอนนี้ของของจีนคุณภาพดีกว่า แรงงานถูกกว่า (ประมาณว่าไม่เชียร์ประเทศตัวเองเลย) แบบว่า ไม่น่าให้ทุนสุดๆ
อยากจะบอกคนที่จะสมัครทุนว่า ถึงหลักฐาน เอกสาร ของเราจะดี แต่ถ้าตอนสัมภาษณ์เราไม่สามารถพรีเซนต์ตัวเอง แสดงจุดยืนของตัวเอง แล้วก็หาเหตุผลที่ฟังขึ้นๆว่าทำไมอยากได้ทุนนี้ เค้าก็คงให้ทุนเราไม่ได้ เพราะให้ไปแล้วไม่คุ้ม สัมภาษณ์นี่สำคัญมาก ต้องทำการบ้านมาดีๆจริงๆ

สงสัยคิดว่าเป้นเดียวกับคนเขียนการ์ตูน "ไอ้แป้น" แน่เลย
(ล้อเล่น)
#1 By !@Leaderdevil-demon@! on 2010-02-27 12:24